facebook ครีมหน้าใส Lafilletwiter ครีมหน้าใส LafilleInstagram ครีมดารา Lafille
หน้าแรกครีมหน้าใส Lafilleผลิตภัณฑ์ครีมดารา Lafilleบทความครีมเกี่ยวกับครีมดารา Lafille
     
ครีมกันแดด  
   
คุณเลือกใช้ "ครีมกันแดด" ดีพอหรือยัง?
     

ตอนนี้แดดกลางวันบ้านแรงขึ้นทุกวัน ทุกวัน เพียงแค่ทาโลชั่นทั่วไปจึงไม่เพียงพอค่ะ โดยเฉพาะสาวๆ ที่ไม่อยากเป็นกระหรือมีจุดด่างดำบนใบหน้า หรือเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย จำเป็นต้องทาครีมกันแดด อย่างยิ่ง เพราะครีมกันแดดเป็นผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นมากหากอยากมีผิวสวย นานแต่ด้วยวิทยาการล้ำหน้าที่ซับซ้อนก่อให้เกิดส่วนผสม และศัพท์ใหม่ๆ บนฉลากของครีมกันแดดที่คุณควรรู้ก่อนเลือกใช้

Physical กับ Chemical ต่างกันแค่การทำงาน


ครีมกันแดด แบบเคมีคอล (Chemical) และฟิสิคอล (Physical) ล้วนเป็นสารเคมี จะแตกต่างกันก็เพียงลักษณะการทำงานเท่านั้น เพราะแบบเคมีคอลจะดูดซับรังสียูวีแทนผิว ในขณะที่แบบฟิสิคอลจะสะท้อนรังสีร้ายออกไปไม่ให้ระคายผิวด้วยสารกลุ่มไททาเนียม ไดออกไซด์ (Titanium Dioxide) ซิงค์ ออกไซด์ (Zinc Oxide) เม็กโซริล เอสเอ็กซ์ (Mexoryl SX) ที่มักทิ้งความขาวไว้เมื่อทา

SPF บอกอะไร

ค่าเอสพีเอฟ (SPF/Sun Protection Factor) เป็นค่าบอกว่าจะอยู่กลางแดดนานแค่ไหนโดยไม่ทำให้ผิวไ หม้หรือแสบร้อน เช่น ภายใน 25 นาที ผิวคุณจะเริ่มแดง การใช้ SPF 15 จะช่วยยืดเวลาออกไป 15 เท่า นั่นคือ 375 นาที โดยไม่ทำให้ผิวไหม้ แต่ค่าเอสพีเอฟเป็นเพียงการบอกค่าการปกป้องผิวจากยูว ีบี ไม่เกี่ยวกับยูวีเอ ซึ่งเมื่อโดนผิวจะไม่รู้สึกทั้งที่เป็นตัวก่อมะเร็ง ฝ้า และรอยเหี่ยวย่น

ค่า SPF สักเท่าไหร่ดี

SPF2 ป้องกันรังสียูวีบีได้ 50% SPF 10 ปกป้องได้ 85% SPF 15 ปกป้องได้ 95% และ SPF 30-50 ปกป้องได้ 97% จะเห็นได้ว่า แม้ค่า SPF สูงถึง 50 ก็ยังมีข้อจำกัดในการป้องกันรังสียูวีบี และความแตกต่างในประสิทธิภาพของ SPF 30 กับ 50 ก็มีน้อยมาก อาจไม่คุ้มกับเงินที่ต้องจ่ายเพิ่ม บวกกับผิวยังต้องรับศึกกับสารเคมีปริมาณสูง โดยได้รับประสิทธิภาพเพิ่มเพียงเล็กน้อย

อะไรคือ PA+/PA++/PA+++

ในครีมกันแดด รุ่นใหม่จะมีส่วนผสมที่ช่วยป้องกันรังสี ยูวีเอ ซึ่งใช้มาตรวัดระดับการปกป้องเป็น PA (Protection Grade of UVA) ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดหน่วยบอกระดับการซึมซับยูวี เออย่างละเอียดแบบ SPF ดังนั้น ค่า PA จึงบอกได้คร่าวๆ ว่าครีมกันแดดนี้กั้นรังสียูวีเอได้มากแค่ไหนด้วยเคร ื่องหมาย + ซึ่งมีอยู่ 3 ระดับ PA+/PA++/PA+++ ซึ่งจริงๆ แล้ว PA+ ก็เพียงพอในการทำกิจกรรมเกือบทุกประเภท แต่ถ้าต้องอยู่กลางแดดนานให้เลือก PA++ หรือสูงกว่า

Water Resistant ไม่ใช่ Waterproof

ไม่มีครีมกันแดดตัวใดที่กันน้ำ (Waterproof) ได้จริงดั่งฉลากที่แปะไว้ คุณจึงต้องทาซ้ำถ้าเหงื่อออก หรือหลังเล่นน้ำ ส่วนครีมกันแดดสูตร Water Resistant จะใช้ส่วนผสมจากพลาสติกสร้างแผ่นฟิล์มเคลือบกันแดดให ้ติดแน่น แม้จะเปียกน้ำ ดังนั้นเมื่อทาครีมนี้แล้วลงน้ำนาน 40 นาที ค่า SPF ยังคงที่ ส่วนสูตร Very Water Resistant จะทนน้ำได้นาน 80 นาที แต่ไม่แนะนำให้ใช้สูตรนี้เป็นประจำ เพราะทำให้ผิวรู้สึกเหนียวใต้เมกอัพ จึงควรเลือกใช้ครีมกันแดดสูตรธรรมดาก็พอ
     
     

Copyright 2013 Lafille' , All rights reserved. Google+