facebook ครีมหน้าใส Lafilletwiter ครีมหน้าใส LafilleInstagram ครีมดารา Lafille
หน้าแรกครีมหน้าใส Lafilleผลิตภัณฑ์ครีมดารา Lafilleบทความครีมเกี่ยวกับครีมดารา Lafille
     
ครีมหน้าเด้ง  
   
รู้จัก 3 สารเติมความสวย ความเด้งหรือยัง
     

คอลลาเจน โคเอนไซม์ Q10 และไฮยาลูรอน คงเป็นชื่อที่เคยคุ้นหูหรือได้ยินกันบ่อยๆ แต่รู้หรือเปล่าค่ะว่ามันมีประโยชน์ยังไง

คอลลาเจน เป็นโมเลกุลของโปรตีน มีคุณสมบัติกระตุ้นการเจริญเติบโตของผิว รักษาน้ำในผิวและช่วยป้องกันเชื้อโรค จึงถูกนำมาใช้รักษาคนไข้ที่มีแผลไฟไหม้ และลักลอบฉีดเพื่อลดความเหี่ยวย่นซึ่งทำให้เกิดการแพ้ได้ง่าย ปัจจุบันคอลลาเจนถูกนำมาผสมในอาหารหลายชนิด เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นม น้ำผลไม้ ชาเขียว รังนก ซุปสกัด ลูกอม ฯลฯ

แต่การกินคอลลาเจนไม่ช่วยให้ผิวสวยได้โดยตรงเพราะสารคอลลาเจนที่สังเคราะห์จากสัตว์และพืชจะถูกทำลายไปส่วนหนึ่งเมื่อถูกความร้อน และคอลลาเจนส่วนที่เหลือจะถูกกรดในกระเพาะอาหารย่อยให้เป็นอะมิโนแอสิดที่ใช้ในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และหากมีปริมาณมากเกินความต้องการจะถูกแปลงเป็นไกลโคเจนและสะสมอยู่ในร่างกาย

การกินคอลลาเจนจึงไม่แตกต่างกับการกินอาหารที่มีโปรตีนเช่น เนื้อปลา หมู หรือพืชตระกูลถั่ว แต่จะต้องกินร่วมกับวิตามินซีซึ่งเป็นตัวช่วยร่างกายสังเคราะห์คอลลาเจนด้วย

ไฮยาลูรอน หรือ ไฮยาลูโรนิคแอสิด (Hyaluronic acid)ไฮยาลูโรเนด(Hyaluronate) ไฮยาลูโลแนน (Hyaluronan) เป็นสารที่ร่างกายสังเคราะห์ได้จากอาหารประเภทโปรตีนทั่วไป ทำหน้าที่เหมือนกาวเชื่อมคอลลาเจน มีคุณสมบัติช่วยอุ้มน้ำและช่วยกันการกระแทก จึงพบมากในกระดูกอ่อน น้ำในลูกตา น้ำในข้อ และผิวหนัง

ในทางการแพทย์จะใช้สารไฮยาลูรอนที่สังเคราะห์จากสัตว์ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา มาฉีดรักษาโรคข้อ การผ่าตัดตา และลดริ้วรอยเพราะทำให้ผิวอุ้มน้ำดีขึ้นโดยไม่เกิดการระคายเคือง ส่วนการใช้ครีมบำรุงผิว ที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอนจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว เหมาะกับคนผิวแห้งและมีริ้วรอยจากการขาดน้ำ แต่ใช้ไม่ได้ผลกับริ้วรอยจากการหดตัวของกล้ามเนื้อหรือริ้วรอยตามวัย นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายไฮยาลูรอนในแบบอื่นๆ อีก เช่น แคปซูล ลูกอม และหมากฝรั่ง เป็นต้น แต่พบว่าการกินไฮยาลูรอนก็ไม่แตกต่างกับการกินอาหารโปรตีนทั่วไป

โคเอนไซม์ Q10 สารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยการแบ่งเซลล์ของผิวหนัง และชะลอการสูญเสียไฮยาลูโรเนด นอกจากนี้ยังทำหน้าที่สร้างพลังงาน จึงพบโคเอนไซม์ Q10 มากในผิวและอวัยวะที่ต้องการพลังงาน เช่น หัวใจ ตับ ปัจจุบันกำลังทดลองใช้โคเอนไซม์ Q10 รักษาโรคต่างๆ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคมะเร็ง ไมเกรน โรคเกี่ยวกับความเสื่อม เช่น สมองเสื่อม อัลไซเมอร์ พาร์คินสัน โรคหัวใจ หัวใจขาดเลือด เอดส์ ฯลฯ

มีการทดลองมากมายพบว่า การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของโคเอนไซม์ Q 10 อย่างการทาจะป้องกันยูวีเอได้ดี ผลพลอยได้คือช่วยลดการทำลายคอลลาเจนและไฮยาลูโรเนดในผิว ทั้งยังช่วยปรับสภาพผิวให้สวยขึ้นภายใน 6 เดือน

ปกติร่างกายจะสังเคราะห์โคเอนไซม์ Q 10 จากอาหารประเภทโปรตีน คือ ปลาและเครื่องในสัตว์ โดยเฉพาะตับและหัวใจ

การกินโคเอนไซม์ Q 10 เป็นอาหารเสริมควรบริโภคในปริมาณ 30-50 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะหากกินมากเกินไปจะเกิดอาการ คลื่นไส้อาเจียน ผื่นคัน ปวดหัว ท้องเสีย เจ็บหน้าอก เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ มึนงง หงุดหงิด กระสับกระส่าย ตาแพ้แสง อ่อนเพลีย ครั่นเนื้อครั่นตัว ผู้ที่ต้องระวังคือผู้ป่วยโรคเบาหวานน้ำตาลต่ำเพราะจะทำให้น้ำตาลลด และคนที่เป็นโรคเลือดเพราะโคเอนไซม์ Q 10 จะไปลดประมาณเกล็ดเลือดทำให้เลือดออกง่าย รวมถึงคนที่เป็นความดันต่ำ คนท้อง และแม่ที่ให้นมลูก

ขอบคุณข้อมูลจาก healthandcuisine
     
     

Copyright 2013 Lafille' , All rights reserved. Google+