facebook ครีมหน้าใส Lafilletwiter ครีมหน้าใส LafilleInstagram ครีมดารา Lafille
หน้าแรกครีมหน้าใส Lafilleผลิตภัณฑ์ครีมดารา Lafilleบทความครีมเกี่ยวกับครีมดารา Lafille
     
ครีมหน้าเด้ง  
   
วิธีกิน...เพื่อหน้าเด้ง
     

ครีมหน้าเด้ง “คอลลาเจน" เป็นต้นเหตุสำคัญของการเด้งหรือไม่เด้งของใบหน้าคนเรา เพราะคอลลาเจนเป็นโครงสร้างหลัก และเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่อยู่ชั้นล่างสุดของผิวหนังคนเรา มันจึงจำเป็นต้องเก็บรักษาความอ่อนนุ่มชุ่มชื่นของผิวไว้ทั้งหมด มันจึงเปรียบเสมือนฟูกหรือเบาะนุ่ม ๆ ในขณะที่คุณอายุน้อยเบาะนี้จะเป็นตัวสร้างความยืดหยุ่น แต่เมื่อไหร่ที่คุณอายุมากมันจะเริ่มหย่อนลงเล็กน้อย และสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากเรื่องของอายุและปริมาณของคอลลาเจนที่มีอยู่ในผิวหนัง เกิดการสลายตัว ขณะเดียวกันก็ถูกให้หนาแน่นขึ้นเช่นกัน

 
ในวัยหนุ่มสาวสุขภาพผิวของคนเราจะมีเส้นใยคอลลาเจนลอยเป็นจำนวนมาก ซึ่งเส้นใยเหล่านี้จะเป็นตัวที่คอยดึงความยืดหยุ่นของผิวให้กลับมาสู่จุดเดิม หลังจากการที่เรายิ้มหรือหน้าบึ้ง แต่เมื่อไรที่คอลลาเจนเริ่มเสื่อมสลาย ผิวหนังของเราก็จะสูญเสียความยืดหยุ่น และไม่สามารถเด้งกลับมาสู่จุดเดิมได้ จึงเป็นที่มาของรอยเหี่ยวย่นนั่นเอง


ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ มาจากความจริงที่ว่าเมื่อเราอายุ
25 ปีขึ้นไป เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายจะเริ่มผลิตคอลลาเจนลดน้อยลง โดยปกติแล้วการลดลงของเบาะหรือฟูก นิ่มนี้ จะทำให้เกิดร่องในชั้นผิว และเมื่อชั้นผิวเกิดร่องมันก็จะไม่กักเก็บความชุ่มชื้นของผิวเอาไว้ และไม่สามารถส่งต่อความชุ่มชื้นไปสู่ผิวชั้นบนสุดได้ หรือที่มักเข้าใจได้ดีว่าผิวเกิดรอยเหี่ยวย่นนั่นเอง


แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง รวมถึงนักโภชนาการได้ออกมาระบุว่า อาหารที่คุณชอบรับประทานมากที่สุดนั้น ช่วยทำให้ผิวของคุณสามารถเก็บกักคอลลาเจนจำนวนมากไว้ได้ วางทุกอย่างไว้ด้วยกัน และผลลัพธ์ที่ได้คือ การมีใบหน้ายกกระชับจากอาหารที่รับประทาน
..เรามาดูกัน


เต้าหู้และถั่วเหลือง


วัยหมดประจำเดือนเป็นวัยที่มีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดน้อยลง ซึ่งฮอร์โมน ชนิดนี้จะมีส่วนทำให้ระดับคอลลาเจนในผิวลดลงเช่นกัน จากการวิจัยชี้ให้เห็น ว่าคอลลาเจนประเภทใดประเภทหนึ่ง จะลดลงร้อยละ
30 หลังจากช่วง 5 ปีแรกของการหมดประจำเดือน แต่จากการวิจัยยังค้นพบว่า ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนนั้นมีระยะการเก็บกักระดับคอลลาเจนในผิวได้มากที่สุด โดยคิดเป็น 6 เท่า หรือร้อยละ 6 ภายในระยะเวลา 6 เดือน


ในถั่วเหลืองนั้นมีสารที่เรียกว่า
"Phytoestrogens" (สารเคมีที่พบได้ตาม ธรรมชาติ โดยเฉพาะพืชตระกูลถั่ว) ซึ่งสารตัวนี้สามารถช่วยทดแทนฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีอยู่ในร่างกายได้ และถ้าคุณอยู่ในวัยสูงอายุ ผลิตภัณฑ์นมถั่ว เหลืองที่คุณดื่มอยู่เป็นประจำ จะช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื่นและคอลลาเจนในผิวไว้ได้


ปลาแซลมอน


ปลาแซลมอนและน้ำมันปลาอื่น ๆ เช่น ปลาแมคคอเรล ปลาแฮร์ริ่ง และปลาซาร์ดีน มักได้รับการประกาศให้รู้ว่า มีสารอาหารที่จำเป็นต่อผิวหนัง เพราะในปลาเหล่านี้จะมีระดับโอเมก้า
3 หรือกรดไขมันอิ่มตัว ที่ช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื่นให้แก่ผิวได้


อย่างไรก็ตาม ในประเทศสหรัฐอเมริกา ดร
.นิโคลราส เพอร์ริโคน ยังได้สนับสนุนเกี่ยวกับน้ำมันในปลาเหล่านี้ว่า สามารถช่วยลดการอักเสบที่เกิดขึ้นในผิวหนังให้ลดลงได้ และเขาเชื่อว่าการอักเสบของผิวหนังนั้น ไม่สามารถมองเห็นได้ เพราะว่ามันเกิดขึ้นอยู่ใต้ผิวหนังนั่นเอง ดังนั้น ระดับความไวของคอลลาเจน ที่เกิดจากย่อยโดยการรับประทานปลาแซลมอน จะช่วยป้องกันอาการอักเสบ รวมทั้งช่วยเป็นบล็อกป้องกันคอลลาเจนไว้ที่ผิวได้


ไก่งวง


ไก่งวงนั้นเรียกได้ว่าเป็นแหล่งของโปรตีนเลยก็ว่าได้ เพราะโปรตีนชนิดนี้จะ เป็นตัวระบบป้องกันคอลลาเจนในผิวเอาไว้ ซึ่งโปรตีนชนิดนี้จะถูกบรรจุให้อยู่ในรูปของโปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่า
"Carnosine" (เป็นยาต้านการเสื่อมสภาพของผิว ซึ่งจะพบได้ในกล้ามเนื้อ) สาร Caarnosine นี้ สามารถช่วยชะลอกระบวนการเกิด เส้นใยคอลลาเจนสลายตัวนั่นเอง ขณะเดียวกันหากคุณรับประทานไก่งวง จะช่วยทำให้คุณเก็บรักษาคอลลาเจนไว้ในผิวของคุณได้ โดยที่ผิวของคุณจะอ่อนนุ่มชุ่มชื่น และผลลัพธ์ที่ตามมาคือผิวหนังของคุณจะได้มากกว่าความหยืดหยุ่น


ผักขม


ผักสีเขียวที่มีใบอยู่เป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับผักขมนั้น มีอยู่ด้วยกัน หลายชนิดไม่ว่าจะเป็น ผักกะหล่ำปลี ผักแพงพวย ผักคะน้า ซึ่งผักเหล่านี้จะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่เรียกกันว่าสารลูทีน
(สารที่เหลืองที่พบได้ในเมล็ดพืช หรือไข่แดง) และสารต้านอนุมูลอิสระนั้น มีความสำคัญมาก ถ้าหากคุณต้องการเก็บกักคอลลาเจนเอาไว้ในผิว เพราะคนทั่วไปมักคิดว่าสารชนิดนี้สามารถช่วยล้างพิษจากสารเคมี


สารต้านอนุมูลอิสระเป็นสารระเหย และเป็นสารเคมีที่สร้างขึ้นจากร่างกาย ซึ่งการระเหยนั้นจะได้รับปัจจัยจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงแดดหรือมลพิษดังนั้นระบบการป้องกันที่มีอยู่ในตัวคุณนั้น เปรียบได้กับการที่คุณสามารถรักษาระดับคอลลาเจนในร่างกายไว้ได้อย่างยาวนาน


บลูเบอร์รี่


วิตามินซีเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างคอลลาเจน เช่นเดียวกับผลเบอร์รี่ และผลบลูเบอร์รี่ รวมถึงสตรอเบอร์รี่ ซึ่งผลไม้เหล่านี้จะอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งเป็นส่วน ประกอบสำคัญในการผลิตคอลลาเจน และเป็นตัวช่วยเสริมอาหารได้ ในกรณีของผู้ที่ขาดวิตามินซีอย่างรุนแรงนั้น จะทำให้เขาเป็นผู้ที่มีพัฒนาการที่ช้า เพราะการขาดวิตามินซี จะส่งผลต่อเนื้อเยื่อและฟัน รวมถึงกระดูกอ่อนและเส้นเอ็นให้อ่อนแอลง


ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เช่น การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่าร่างกายของคุณมีสิ่งหนึ่งที่จำเป็นมากในการช่วยสร้างระบบป้องกัน รวมทั้งมีส่วนช่วยในการผลิตคอลลาเจน นอกจากนี้มันยังจะช่วยหนุน ร่างกายของคุณให้มีระดับสารต้านอนุมูลอิสระที่เหมาะสมอีกด้วย


เมื่อคุณเริ่มมีอายุมากขึ้นควรหลีกเหลี่ยงอาหารหวานหรืออาหารประเภทแป้ง เพราะสิ่งเหล่านี้มันจะเกิดการแตกตัวอยู่ในรูปของน้ำตาลที่เป็นศัตรูกัน
(ถูกต้องที่สุด น้ำตาลธรรมชาติถูกบรรจุอยู่ในผักใบเขียวรวมถึงผลเบอร์รี่ แต่หากคุณรับประทานสิ่งเหล่านี้มากจนเกิน จะทำให้ประเสียประโยชน์มากกว่าได้รับประโยชน์)

     
     

Copyright 2013 Lafille' , All rights reserved. Google+