facebook ครีมหน้าใส Lafilletwiter ครีมหน้าใส LafilleInstagram ครีมดารา Lafille
หน้าแรกครีมหน้าใส Lafilleผลิตภัณฑ์ครีมดารา Lafilleบทความครีมเกี่ยวกับครีมดารา Lafille
     
ครีมหน้าเด้ง  
   
สวยสั่งได้ ด้วยศัลยกรรมตกแต่ง
     

เมื่อผู้หญิงกับความสวยงามเป็นของคู่กัน จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นบรรดาคุณเธอทั้งหลาย 'ทุ่มทุนสร้าง' เพื่อเนรมิตตัวเองให้งามอย่างที่ใฝ่ฝัน เสื้อผ้าหน้าผม รวมทั้งกลเม็ดเด็ดพรายต่างถูกงัดขึ้นมาใช้เพื่อเสริมตัวเองให้ดูงามขึ้นแทบทั้งนั้น กระทั่งลงทุน เจาะ เคาะ กรีด ผ่า แต่ถ้าสวยได้อย่างใจ สาวเจ้าก็จะทำ

ย้อนตำนานสวยสั่งได้

ภาพความเปลี่ยนแปลงในทัศนคติเรื่องความสวยของสาวไทย เมื่อมองผ่านความต้องการในการทำศัลยกรรมนั้น นพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยันฮี ต้นตำรับสวยด้วยแพทย์ของเมืองไทย ลำดับภาพการเปลี่ยนแปลงให้ฟังว่า

“สิ่งแรกที่คนพวกนี้มองหา คือ ดาราต้นแบบซึ่งมีโครงหน้าใกล้เคียงกันกับโครงหน้าของตัวเอง โดยเปิดหาเอาจากนิตยสาร ดูว่าดาราคนไหนมีเค้าหน้าใกล้เคียงตัวเขามากที่สุด ถ้าโครงหน้าตัวเองคล้ายกับนางเอกคนไหน ก็พอจะจินตนาการออกได้ว่าถ้าทำตาเสียหน่อย เหลาจมูกอีกนิด ก็มีโอกาสที่จะสวยแบบนั้นได้เหมือนกัน”

นี่คือเทรนด์สวยสั่งได้ในยุคแรกของเมืองไทย ซึ่งมาบนพื้นฐานของความเป็นไปได้ แต่เมื่อคนไทยรู้จักและคุ้นเคยกับเรื่องศัลยกรรมตกแต่งมากขึ้น ก็ได้รู้ว่าจริงๆ แล้วหมอทำได้มากกว่านั้น เรื่องจึงกลับกลายเป็นว่า ความสวยยกระดับไปสู่จินตนาการที่ไร้ขอบเขต

“คนไข้ยุคถัดมาเป็นประเภทจินตนาการเต็มที่ เพราะคิดว่าหมอทำได้ทุกอย่าง บางคนหน้ากางรูปสี่เหลี่ยมตาเล็กนิดเดียวดั้งก็ไม่มี แต่เดินมาพร้อมกับรูปดาราฝรั่งตาโต โครงหน้าเรียวผอมมาเลย บอกว่าจะเอาแบบนี้ หมอก็ทำให้ไม่ได้ ในเมื่อชั้นผิวของคนไข้รายนั้นไม่เพียงพอ จะเอาจมูกโด่งเปี๊ยบแบบฝรั่งโดยไม่ได้ดูเลยว่าผิวตัวเองยืดได้มากพอไหม ซึ่งพอเจอแบบนี้หมอก็ต้องปรับลดความต้องการลงมาให้เจอกันตรงกลาง”

นาทีนี้แม้ว่าความสวยสไตล์คมเฉี่ยวอย่างอั้ม พัชราภา จะยังไม่เสื่อมมนต์ขลัง แต่คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ความสวยนิยามใหม่ ประเภท 'ตาโต หน้าแบ๊ว' แบบนางเอกเกาหลี ก็กำลังเป็นอีกหนึ่งพิมพ์นิยมที่มาแรง และกลายมาเป็นไอดอลสุดฮิตอันดับต้นๆ ของสาวไทยเมื่อคิดอยากจะทำศัลยกรรม แถมยังเกิดความเชื่อที่ว่า ถ้าจะทำหน้าแบบเกาหลี ก็ควรไปทำถึงประเทศต้นตำรับ แล้วจะได้ความสวยบล็อกเดียวกับนางเอกดังแบบไม่ผิดเพี้ยน พร้อมกับมีคำกล่าวอ้างต่างๆ นานา โดยเฉพาะเรื่องที่ว่าหมอเกาหลีมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่าหมอไทย

ข้อหานี้ นพ.สุพจน์ ได้ยินแล้วถึงกับปฏิเสธในทันที โดยบอกว่าโดยหลักการแล้วความแตกต่างระหว่างการทำศัลยกรรมของหมอไทยและเกาหลีนั้น แทบจะไม่มีเลย

“ในแง่เทคนิค การทำศัลยกรรมโดยหมอไทยกับหมอเกาหลีแทบไม่ต่างกัน ยิ่งถ้ามาวัดกันที่ฝีมือแล้ว ผมว่าหมอไทยเหนือกว่าด้วยซ้ำ แต่สาเหตุที่มีคนไทยบินไปทำศัลยกรรมถึงประเทศเกาหลีมากขึ้นนั้น ก็เป็นเพราะกระแสเกาหลีที่กำลังมาแรง แถมภาครัฐส่งเสริมและสังคมก็เปิดกว้าง โดยรัฐบาลเกาหลีเองได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะขับเคลื่อนวงการแพทย์เกาหลีก้าวขึ้นสู่การเป็น Medical Hub อยู่แล้ว จึงทำให้มีการสนับสนุนทั้งเม็ดเงินพัฒนาวิจัย ทั้งเปิดช่องให้ทำการตลาดได้หลากหลายกว่าไทย”

ขณะที่เมื่อเปรียบเทียบกับบ้านเรา แม้ว่าคนไทยจะยอมรับเรื่องการทำศัลยกรรมมากขึ้นแล้วก็ตาม แต่ทัศนคติโดยรวมของสังคมก็ยังมองว่าเรื่องเหล่านี้คือสิ่งฟุ่มเฟือยอยู่ดี

เมื่อเปรียบมวยกันในด้านเทคนิคและฝีมือแล้วจะเห็นว่าไม่เป็นรองกัน แถมทำในไทยยังถูกกว่าเกาหลีราวเท่าตัว จึงไม่น่าแปลกใจที่มักได้ยินทั้งคำถาม คำบ่น ปนหมั่นไส้ว่าทำไมสาวไทยหลายคนต้องบินไกลถึงต่างแดนเพื่อหอบเงินแสนไปให้หมอชาวกิมจิผ่าตัดเสริมสวยให้ ทั้งๆ ที่หมอไทยเองก็ขึ้นชื่อนักหนาถึงฝีมือและความประณีตชนิดติดอันดับโลก แถมราคาก็ยังถูกกว่ากันครึ่งต่อครึ่ง นพ.สุพจน์ เฉลยให้ฟังว่าทั้งหมดนั้น ก็เป็นเพราะ 'ค่านิยม'
 
เกาหลี พิมพ์นี้สวยธรรมชาติ

เมื่อเรื่องของเทคนิคตกไป โดยมีคำว่า 'สไตล์' เข้ามาแทนที่ เชื่อว่าหลายคนคงผุดคำถามขึ้นในใจคล้ายกันว่า สวยสไตล์เกาหลีนั้นเป็นอย่างไร หน้า-ตา-จมูก-ปาก ต่างจากพิมพ์ไทยมากน้อยขนาดไหน

หนูแหวน หรือ ‘แหวนแหวน’ ปวริศา เพ็ญชาติ หนึ่งในผลิตผลจากมีดหมอเกาหลี ก่อนจะเข้าสู่ธุรกิจอย่างทัวร์ศัลยกรรม ส่งสาวไทยไปทำสวยที่เกาหลีอย่างเต็มตัว ในนามบริษัท ซีอาร์พี เอเชีย ร่วมกับพาร์ทเนอร์ชาวเกาหลี ขออาสาตอบคำถามนี้

'สวยน่าเอ็นดู' คือ นิยามความสวยฉบับเกาหลี ซึ่ง 'แหวนแหวน' ผู้คลั่งไคล้ในประเทศเกาหลีสรุปให้ฟัง

“เวลาเราดูนางเอกเกาหลี ก็จะเห็นเค้าสวยจังเลย ตาโตแล้วก็เป็นชั้นเล็กๆ ส่วนจมูกก็โด่งแต่ไม่ได้ปลายเชิด คือปกติเวลาใส่จมูกแล้วปลายมันจะเชิดๆ เหมือนจมูกหมู แต่นี่ไม่ใช่อย่างนั้น เราก็เอ๊ย ทำไมนางเอกเกาหลีน่ารักจัง คือสวยธรรมชาติ ประหนึ่งเกิดมาแล้วสวยแบบนี้เลย ซึ่งเราก็มารู้ทีหลังว่านี่คือสไตล์ของการทำศัลยกรรมที่นั่น”

จุดนี้แหวนแหวน มองตรงกันข้ามกับ นพ.สุพจน์ ว่าสวยแบบเกาหลีนั้นอย่างไรเสียหมอไทยก็ไม่น่าจะทำได้

“ถ้าถือรูปนางเอกเกาหลีไปให้หมอไทยทำให้ แหวนตอบตรงๆ เลยนะว่าทำแล้วไม่เหมือนแน่ๆ แหวนไม่ได้บอกว่าหมอไทยไม่เก่ง เพราะจริงๆ หมอไทยฝีมือดีระดับโลกอยู่แล้ว เพียงแต่นี่คือเรื่องของเทคนิคที่เกิดจากการคิดค้นของหมอที่ประเทศเกาหลีเอง”พร้อมกับยกตัวอย่างเรื่องการทำตาว่า ถ้าเป็นบ้านเราทำตาคือกรีดตาสองชั้น แต่ที่เกาหลีจะไม่ใช่ ที่เห็นว่านางเอกเกาหลี ตาโตนั้น ให้สังเกตว่าชั้นตาจะเล็กมาก แต่ทำไมตาถึงดูโต แหวนแหวนอธิบายว่านั่นเป็นเพราะจริงๆ แล้ว หมอไม่ได้กรีดที่เปลือกตาอย่างเดียว แต่มีเทคนิคเย็บกล้ามเนื้อที่บังคับการเปิดปิดเปลือกตาร่วมด้วย โดยจะกรีดตาเพียงนิดเดียว ประมาณ 5 มิลลิเมตร แถมยังไม่ได้ทำแค่ตาสองชั้นเท่านั้น เพราะหมอที่นั่นทำได้ถึงขั้นเปลี่ยนรูปทรงตาอีกด้วย

“อย่างการฉีดโบท็อกซ์เข้าไปเพื่อลดกรามให้หน้าเล็กลง ก็เริ่มต้นขึ้นที่เกาหลี ไม่ใช่อเมริกาอย่างที่หลายๆ คนคิดกัน ส่วนเรื่องทำจมูกที่เกาหลีก็จะใช้วัสดุที่เรียกว่ากลอเท็กซ์ ซึ่งแพงกว่าซิลิโคนเยอะมาก แต่ก็นิ่มมาก มีความยืดหยุ่นและเป็นธรรมชาติ โดยนิ่มเหมือนเป็นกระดูกอ่อนได้เลย แล้วก็ใส่ยาวลงมาถึงปลายเลย ปากนางเอกเกาหลีเลยออกจะเชิดเล็กน้อย ซึ่งก็กลายเป็นดูน่ารักไปอีกแบบ แต่กลอเท็กซ์ก็มีข้อเสียหากว่าคิดเปลี่ยนใจอยากเอาออกตอนหลังก็จะลำบากกว่าซิลิโคน” แหวนแหวนอธิบาย

เมื่อเวลายังหมุนเปลี่ยน ความรักชอบ ค่านิยมของคนเราย่อมเปลี่ยนได้ด้วยเช่นกัน ใครจะรับประกันได้ว่านิยามความสวยวันนี้จะยังเป็นเทรนด์ในวันพรุ่งนี้และตลอดไป พร้อมจะลงทุนขนาดไหน เรื่องอย่างนี้คงต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละคน

ขอบคุณข้อมูลจาก... กรุงเทพธุรกิจ
     
     

Copyright 2013 Lafille' , All rights reserved. Google+