facebook ครีมหน้าใส Lafilletwiter ครีมหน้าใส LafilleInstagram ครีมดารา Lafille
หน้าแรกครีมหน้าใส Lafilleผลิตภัณฑ์ครีมดารา Lafilleบทความครีมเกี่ยวกับครีมดารา Lafille
     
ครีมหน้าเด้ง  
   
เตรียมตัวก่อนนอน เพื่อผิวสวยไร้ริ้วรอย
     

เมื่อก้าวเข้าสู่เลข 3...ริ้วรอยเหมือนจะเป็นไม้เบื่อไม้เมาอันดับหนึ่งกันเลยนะคะ เพราะเป็นวัยที่ใจหนึ่งก็คิดว่าเพิ่งจะพ้นช่วง 20 ตอนปลายมาไม่นาน จะเห็นความแตกต่างขนาดนั้นเลยหรือ อีกใจก็อดคิดไม่ได้ว่าอีกพริบตาเดียวก็ถึงหลักสี่แล้ว หลีกเลี่ยงริ้วรอยไม่พ้นแน่ๆ

แต่กรณีที่ริ้วรอยเกิดขึ้นเป็นพิเศษหลังตื่นนอน น่าจะเป็นการกดทับจากการนอน แต่จะว่าไปแล้วก็เกี่ยวกับวัยที่เพิ่มขึ้น เนื้อเยื่อคอลลาเจนเสื่อมลง ทำให้ความกระชับของผิวลดลง และเกิดริ้วรอยจากการกดทับได้ง่ายกว่าผิวที่ยังมีคอลลาเจนสมบูรณ์ แม้ว่าการกดทับจากการนอนเหล่านี้จะมาๆ หายๆ แต่ถ้าไม่แก้ที่ต้นเหตุ ก็อาจจะลงหลัก ปักฐานอยู่บนหน้าเป็นการถาวรในอนาคตอันใกล้ได้ ดังนั้นอย่านิ่งนอนใจ รีบสำรวจพฤติกรรมการนอนของตัวเองเป็นการด่วนว่าท่านอนของเรากำลังทำให้เกิดริ้วรอย ก่อนวัยหรือเปล่า

ภาษาอังกฤษเรียกริ้วรอยที่เกิดจากการนอนทับว่า “Sleep Lines” ซึ่งมักเกิดขึ้นกับคนที่นอนตะแคงทับหน้าข้างใดข้างหนึ่งนานๆ เอาหน้าซุกหมอนจนผิวหน้ายับยู่ยี่เวลานอน และถ้านอนท่าเดิมเป็นประจำ รอยที่เป็นๆ หายๆ ก็อาจจะไม่หายไปไหน กลายเป็นริ้วรอยถาวรให้ปวดใจเล่น ดังนั้นทางแก้อันดับแรกก็คือต้องเปลี่ยนท่านอน ท่านอนที่ดีที่สุด สำหรับผิวหน้าก็คือการนอนหงาย ไม่กดทับผิวหน้าเพื่อไม่ให้เกิดริ้วรอย และให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก

ในกรณีที่ยังไม่กลายเป็นริ้วรอยถาวร สามารถแก้ปัญหารอยกดทับได้โดยการนวดเบาๆ เพื่อให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณนั้นๆ ริ้วรอยก็จะค่อยๆ จางหายไป บางตำราก็บอกว่าให้ออกกำลังกายให้หัวใจเต้นแรง เพื่อให้เลือดสูบฉีด เซลล์ผิวบริเวณที่เป็นรอยจะได้กลับสู่สภาพเดิม

ส่วนคำถามส่วนมากที่ว่าจำเป็นต้องซื้อไนท์ครีมไหม ที่จริงเป็นคำถามที่มีคนไข้ถามบ่อยพอสมควรเลย หมอขอแยกเป็น 2 ประเด็น ประเด็นแรกก็คือจำเป็นต้องใช้ครีมก่อนนอนไหม และประเด็นที่สองคือจำเป็นต้องเลือกไนท์ครีมโดยเฉพาะหรือใช้ครีมทั่วๆ ไปก็ได้ สำหรับประเด็นแรก หมอขอย้ำว่าการทาครีมก่อนนอน นั้นมีประโยชน์ต่อผิวมาก เนื่องจากเป็นเวลาที่ผิวของเรากำลังพักผ่อน ฟื้นฟูซ่อมแซมตัวเอง ถ้าได้ครีมที่มีประสิทธิภาพไปช่วยก็จะยิ่งทำงานได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้เวลาเรานอนหลับ ผิวของเราไม่ต้องสู้กับปัจจัยทำร้ายผิวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเหงื่อ แสงแดด มลพิษในอากาศ ความร้อน รังสีจากคอมพิวเตอร์ สิ่งสกปรกต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ นอกจากจะทำลายผิวแล้วยังส่งผลให้ครีมที่เราทาออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่อีกด้วย เมื่อไม่มีปัจจัยรบกวนก็แปลว่าครีมที่ทาจะซึมลงผิวอย่างเต็มที่ ถือว่าเป็นนาทีทอง ของการซ่อมแซมผิวเลยก็ว่าได้

ส่วนประเด็นที่จะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าใช้สำหรับกลางคืนหรือเปล่า หมอคิดว่าไม่จำเป็น โดยรวมแล้วครีมสำหรับกลางวันและกลางคืนไม่ได้ต่างกันมาก แต่ครีมกลางวันอาจจะผสมสารกันแดดเพื่อป้องกันรังสียูวี และสารบางตัวไม่ควรใช้ตอนกลางวันเนื่องจากอาจจะทำปฏิกิริยากับแสงอาทิตย์ เช่นสารกลุ่มเรตินอยด์ ซึ่งสามารถช่วยลดริ้วรอย กระ ฝ้า ได้ แต่ควรใช้เฉพาะกลางคืนเพราะว่าสารเรตินอยด์จะสลายตัวเมื่อสัมผัสแสงแดด

เราอาจจะเคยเห็นโฆษณาว่าครีมตัวนี้มีสารออกฤทธิ์ตอนกลางคืน แต่คุณหมอลิซ่า เคลเล็ท แพทย์ผิวหนังประเทศสหรัฐอเมริกา ได้อธิบายว่าที่จริงยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการว่าสารตัวใดออกฤทธิ์ตอนกลางคืนดีกว่าตอนกลางวัน ดังนั้นถ้ามองเรื่องสารประกอบแล้วครีมสำหรับกลางวันและกลางคืนก็ไม่ได้ต่างกันมาก แต่ถ้าว่าเรื่องความเข้มข้นของเนื้อครีมแล้วอาจจะมีความแตกต่างค่ะ เพราะว่าครีมที่เนื้อหนาอาจจะไม่เหมาะกับกลางวัน โดยเฉพาะสำหรับคนที่แต่งหน้า หรือว่าเหงื่อออกง่าย หากทาครีมหนาๆ ตอนกลางวันก็จะเยิ้มเลอะเทอะ เหนอะหนะ น่ารำคาญ ดังนั้นครีมสำหรับกลางวันจึงมีเนื้อบางเบากว่า

คุณหมอท่านนี้ยังได้แนะนำอีกว่าควรจะเลือกครีมที่เหมาะสมกับวัยและปัญหาผิวจริง ไม่ใช่ว่าอายุแค่ 20-30 แต่ไปซื้อครีมสำหรับคนอายุ 50 เพราะคิด (ไปเอง) ว่าครีมยิ่งแรงยิ่งได้ผล โดยคุณหมอให้เหตุผลว่าครีมสำหรับคนที่มีอายุมากจะมีเนื้อครีมหนา และมันเกินความจำเป็นของผิววัย 20-30 อาจจะทำให้เกิดสิว และปัญหาผิวอื่นๆ ตามมาได้

วิธีเลือกครีมสำหรับทาก่อนนอนที่ดีที่สุดก็คือเลือกตามปัญหาผิว อาจจะปรึกษาแพทย์ผิวหนังโดยเฉพาะก็ได้ หรือหากซื้อตามโฆษณาก็ควรขอข้อมูลจากพนักงานขายและหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนว่าครีมชนิดไหนจึงจะเหมาะสม แต่คุณสมบัติที่สำคัญสำหรับไนท์ครีมก็คือต้องเป็นครีมที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้เป็นเวลานาน เช่น ครีมที่มีส่วนผสมของเซราไมด์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นกำแพงป้องกันไม่ให้น้ำระเหยออกจากผิวมากเกินไป โดยเฉพาะคนที่นอนห้องแอร์ยิ่งต้องให้ความสำคัญเรื่องการทาครีม เพราะว่าการเปิดแอร์ทำให้ อากาศแห้ง ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น และเมื่อผิวแห้งก็จะเกิดริ้วรอยได้ง่าย ยิ่งบวกกับการนอนตะแคงหรือนอนคว่ำแล้วโอกาสเกิดริ้วรอยยิ่งสูงขึ้น

นอกจากการทาครีมแล้ว การรักษาความสะอาดผิวหน้าก่อนเข้านอนก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากผิวไม่สะอาด มีสิ่งสกปรกอุดตัน หรือมีเครื่องสำอางตกค้าง ก็อาจทำให้เกิดสิวได้ นอกจากความสะอาดของผิวหน้าแล้วอย่าลืมตรวจดูความสะอาดของเส้นผมด้วย เพราะเวลานอนผิวหน้ามักจะสัมผัสกับเส้นผมโดยตรง เส้นผมที่สกปรกอาจทำให้ผิวอักเสบ มากขึ้นได้เช่นกัน แล้วอย่าลืมทำความสะอาดปลอกหมอนเป็นประจำด้วย ถ้ารู้สึกห้องนอนอากาศแห้งเกินไป อาจซื้อเครื่องทำไอระเหย (Vaporizer) มาตั้งไว้ หรือนำกะละมัง ใส่น้ำมาวางไว้เพื่อเพิ่มความชื้นให้แก่ห้องก็ได้

สุดท้ายนี้ หมอขอทิ้งท้ายว่าการดูแลผิวนั้นไม่จำเป็นต้องทำตอนก่อนนอนเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหนของวัน หากมีเวลาดูแลผิวบ้างก็เป็นเรื่องดี หากผิวพรรณเริ่มมีปัญหากวนใจก็ควรรีบจัดการตั้งแต่เนิ่นๆ หรือจะให้ดีก็คือหาทางป้องกันไว้แต่แรก ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อวิเคราะห์สภาพผิวและวิธีดูแลที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการรักษา สุขภาพโดยรวม รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และอารมณ์ดีเข้าไว้ เท่านี้ก็สามารถชะลอริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขอบคุณข้อมูลจาก... บทความโดย พญ.ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล
     
     

Copyright 2013 Lafille' , All rights reserved. Google+